Profil de Baby- =[ Baby Gab ]= -PhotosBlogListesPlus Outils Aide

Baby Gab

Occupation
Cet espace perso ne contient aucune liste de musique.
Le réseau de cette personne est vide (ou privé).

- =[ Baby Gab ]= -

13 août

Just My life

 ชีวิตเด็กมหาลัย

 New school semester: เปิดเทอมใหม่
user posted image

At the first week:สัปดาห์แรก
user posted image

At the second week:สัปดาห์ที่สอง
user posted image

Before the mid-term test:ก่อนสอบมิดเทอม
user posted image

During the mid-term test:ระหว่างสอบมิดเทอม
user posted image

After the mid-term test:หลังสอบมิดเทอม
user posted image

Before the final exam:ก่อนไฟนอล
user posted image

Once know the final exam schedule:เมื่อรู้ตารางไฟนอล
user posted image

7 days before final exam:เจ็ดวันก่อนไฟนอล
user posted image

6 days before final exam:หกวัน
user posted image

5 days before final exam:ห้าวัน
user posted image

4 days before final exam:สี่วัน
user posted image

3 days before final exam:เหลือสามวันแร้ววววว
user posted image

2 days before final exam:สอง
user posted image

1 day before final exam:พรุ่งเนี้ยสอบ
user posted image

A night before final exam:คืนก่อนสอบ
user posted image

1 hour before final exam:ชั่วโมงก่อนสอบ
user posted image

During the final exam:ระหว่างสอบ
user posted image

Once walk out from the exam hall:555+เมื่อเดินออกจากห้องสอบ
user posted image

After the final exam, during the holiday:ปิดเทอมโว้ยยยยย
user posted image
24 juin

...^^...

.........ในมุมหนึ่ง............

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.comหลายครั้ง ที่ฉันแอบมองหน้าเค้าเวลาที่เค้าเผลอ.. ....
เค้าน่ารักมาก แต่ทำไมนะเค้าถึงไม่เคยแม้แต่จะชำเลืองมองฉันเลย

หลายครั้งที่เค้าคุยกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันกลับรู้สึกหึงไปมากมาย..
ทั้งที่เราเป็นแค่เพื่อนกัน..แต่เค้ากลับไม่เคยที่แคร์ความรู้สึกฉันเลย

หลายครั้งที่ฉันสารภาพอย่างอ้อมๆกับเค้าว่าฉันแอบหลงรักผู้ชายคนนึงอยู่..
เค้าก็รับฟังแล้วหัวเราะแล้วบอกว่า..ดีแล้วล่ะที่เธอมีความรัก.. แต่ใครน๊อ จะเป็นผู้ชายที่โชคร้ายคนนั้น


หลายครั้งที่ฉันแกล้งทำสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น.เพื่อหวังให้เค้ามีความรู้สึกว่าหึงบ้าง
แต่เค้าก็ไม่เคยจะยินดียินร้ายสักนิด... มิหนำซ้ำยังเข้าไปคุยกับผู้ชายคนนั้นอย่างดีหน้าตาเฉย

หลายครั้ง..ที่ฉันถามเค้าว่า ถ้าเกิดเธอว่าเธอรู้สึกว่ารักใคร
แล้วเค้าไม่เคยรักตอบหรือแม้แต่จะมองมาเลย เธอจะรู้สึกอย่างไร..เค้ากลับตอบว่า เรื่องของผม

หลายครั้งที่ฉันไม่สบาย ฉันแค่อยากได้ยินคำว่า..
ทานยาหรือยัง เป็นห่วงนะ..แต่เค้ากลับแค่มองแล้วก็เดินผ่านไป

หลายครั้งที่ฉันอยากให้เค้าเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์..
แต่เค้าบอกว่า..ไม่ดีหรอก..เดี๋ยวแฟนเห็น

หลายครั้งที่ฉันโทรไปหาเค้า พยายามคุยแบบเพื่อนเพื่อให้เค้าไม่อึดอัดแต่เค้ากลับพูดมาว่า..
ทำไมถึงต้องโทรมาด้วย..อย่าทำให้ผมต้องพูดอะไรที่จะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีออกไปนะ..

หลายครั้งที่ฉันอยากจะบอกความในใจออกไปให้เค้าได้รับรู้สักที..
แต่ทุกๆคำที่ฉันได้รับจากเค้า..มันเพียงพอแล้ว..ฉันไม่ต้องการที่จะบอกอะไรเลยกับเขา..ฉันไม่เกลียดเค้าหรอก
เพราะคนเรามีสิทธิ์ที่จะเลือกรักหรือเกลียดได้..ห้ามหัวใจกันไม่ได้หรอก.....
แต่ต่อไปนี้ฉันคงไม่กล้าที่จะมองเธอแล้วล่ะ ไม่คุย ไม่โทรไปหรือทำให้เธออึดอัดใจใดๆ ทั้งสิ้น
ลาก่อนนะคนดี...และลาก่อนความรักของฉัน......

ดอกไม้

.............อีกมุมหนึ่ง......

หลายครั้งที่ผมรู้สึกว่าคุณแอบมองผมอยู่..คุณรู้มั้ยว่ามันทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคุณ..คุณน่ารักมาก

ผมไม่เคยใจสั่นแบบนี้มาก่อนเลย..สายตาคุณทำไมถึงได้ทำให้ผมเป็นได้ขนาดนี้นะ....

หลายครั้งที่ผมต้องพยายามคุยกับผู้หญิงคนอื่นๆ เพื่อให้ไม่ให้คิดกับคุณมากไปมากกว่านี้.
แต่ผมห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้เลย..ทำไมนะ...

หลายครั้งที่คุณบอกผมว่าคุณแอบหลงรักผู้ชายคนนึงอยู่..
คุณรู้ใหม หัวใจผมมันเจ็บปวดแค่ใหน..ทำไมถึงไม่เป็นผมนะ

หลายครั้งที่ผมเห็นคุณสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น..ผมทรมานมากเลยรู้มั้ย...
ผมรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า..คุณมีแฟนแล้วสินะ..สำหรับผม..เพื่อนเท่านั้นที่คุณรู้สึกสินะ..แต่ผมก็ยอมได้..เพื่อคุณ....

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.comทุกครั้งที่คุณถามผมว่าถ้าผมไปหลงรักใครโดยที่เค้าไม่เคยมองเลย
ผมจะทำยังงัย..ผมตอบคุณไปแล้วนะ..เรื่องของผม..คุณรู้มั้ยว่านั่น
เป็นคำพูดที่ผมตอบกับตัวเอง..นั่นสินะ..เรื่องของผมที่จะรักผู้หญิงคนนี้โดยที่เค้าไม่เคยสนใจผมเลยแม้แต่น้อย.....

ทุกครั้งที่คุณไม่สบาย.คุณรู้มั้ยว่าถ้าผมเจ็บแทนคุณได้..ผมจะไม่รอช้าเลย..
คนดี..คุณรู้มั้ยว่าผมมองเห็นเค้าคนนั้นเอายามาให้คุณ.. ผมไม่อาจทนดูภาพนั้นได้เลย..
อยากเข้าไปชกหน้าเค้า แต่ก็ทำไม่ได้..ผมถึงได้แค่มองแล้วก็เดินจากไปอย่างเงียบๆ
คุณคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมยืนมองอยู่นานแค่ไหนด้วยห้วใจที่ปวดร้าว
ถุงยาในมือผมมันร่วงลงตอนไหนไม่รู้......

ทุกครั้งที่คุณบอกว่าจะให้ผมไปส่งคุณที่ป้ายรถเมล์..รู้มั้ยผมตื่นเต้นมากๆที่จะได้ไปส่งคุณ..
แต่ผมคงไม่ไปส่งคุณแค่ป้ายรถเมล์หรอก..ผมอยากส่งคนที่ผมรักให้ถึงบ้านเลย..แต่พอนึกถึงหน้าของผู้ชายคนนั้น
แฟนคุณคนนั้น..ผมไม่อยากให้คุณมีปัญหา..ผมไม่อยากให้แฟนคุณเข้าใจผิด..
ผมถึงได้บอกกับคุณว่า ไม่ดีหรอก เดี๋ยวแฟนเห็น...

หลายครั้งที่คุณโทรหาผม..หัวใจผมมันเต้นตามเสียงของโทรศัพท์
ผมไม่อยากรับโทรศัพท์คุณเลย..ผมไม่อยากให้ใจผมมันรักคุณไปมากกว่านี้อีกแล้ว..มันทรมาน..
และในที่สุดผมก็ไม่อาจทนรอให้มันดังอย่างนั้นได้อีกแล้ว..ผมรับและตัดสินใจบอกคุณไปว่า ...อย่าทำให้ผมต้องพูดอะไรที่จะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีเลย..
(คุณรู้อะไรมั้ยเพราะผมกล้วว่า ผมจะสารภาพความในใจกับคุณที่มันเก็บไว้มานานออกไป..ผมกลัวใจตัวเองเหลือเกิน..
ถ้าผมเผลอพูดออกไป..คุณคงรู้สึกไม่ดี คงเกลียดผมและเดินจากผมไป..
....ผมไม่อยากให้คุณจากผมไปไหนทั้งนั้น..ผมรักคุณนะ..)

แต่หลังจากวันนั้น..ทำไมคุณถึงเมินเฉยกับผมนัก..คุณรู้ตัวมั้ยสายตาที่คุณมองผมอย่างเย็นชานั้นน่ะ..
มันทำให้ผมไม่เป็นอันทำอะไร..เป็นเหมือนเดิมได้มั้ยคนดี..กลับมาเหมือนเดิมกับผมได้มั้ย..
แม้จะได้แค่เป็นเพื่อนกับคุณเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็น แค่นี้ ผมก็สุขใจแล้ว

..... เพราะอะไร..บอกผมสักคำ.......

บางทีสิ่งที่คุณเห็น..หรือสิ่งที่คุณคิด...
จริงๆ แล้วมันอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย....คุณรักใครทำดีกับเค้าให้มากๆ
เพราะเค้าก็อาจจะ พยายามทำดีเพื่อคุณอยู่ก็ได้..โดยที่คุณก็ไม่เคยได้รู้เลย

14 février

Happy ValenTine Day

 วันวาเลนไทน์ (Valentine'sDay) วันนักบุญวาเลนไทน์ (Saint Valentine's Day) หรือที่รู้จักกันว่า วันแห่งความรัก ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันประเพณีที่คู่รักบอกให้กันและกันทราบเกี่ยวกับความรักของพวกเขา โดยการส่งการ์ดวาเลนไทน์ มอบของขวัญวาเลนไทน์ หรือพาคนรักไปท่องเที่ยวในสถานที่โรแมนติก ซึ่งต่อมาวันวาเลนไทน์ ก็ได้นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรปและอเมริกา และเข้ามาในทวีปเอเชีย รวมถึงประเทศไทยด้วย 

          วันนี้เริ่มเกี่ยวข้องกับความรักแบบชู้สาวในช่วงยุค High Middle Ages เมื่อประเพณีความรักแบบช่างเอาใจ (courtly love) แผ่ขยายก่อนคริสตศักราช 269 ปี 

          ในสมัยนั้นเขาไม่นิยมให้แต่งงานกันในโบสถ์ แต่เซนต์วาเลนไทน์กลับให้คนภายนอกเข้ามาแต่งงานได้ซึ่งประเพณีรักแบบนี้มักจะถูกต่อต้าน แต่เซนต์วาเลนไทน์กลับให้คนรักกันแบบนี้ได้ จากนั้นเซนต์วาเลนไทน์ถูกพวกโรมันจับตัวส่งไปขังและเขาก็ได้พบรักกับสาวตาบอดในคุก เมื่อฝ่ายที่ว่ามานี้รู้ข่าวเข้าจึงนำเซนต์วาเลนไทน์ไปประหารวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันนี้จึงเป็นวันวาเลนไทน์นั่นเอง

ความเป็นมา

          วันวาเลนไทน์นั้นมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia 

          การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณีอย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยังสืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็กๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุด 

          ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลายครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วมในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัว และคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงาน และงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม 

          ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งซึ่งชื่อว่า ท่านนักบุญวาเลนไทน์ ท่านเป็นพระที่กรุงโรมในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ท่านนักบุญวาเลนไทน์และนักบุญมาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็กๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับๆ ด้วย

          และจากการกระทำเหล่านี้เอง ทำให้นักบุญวาเลนไทน์ถูกจับและถูกตัดสินประหารโดยการตัดศรีษะ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 270 ซึ่งถือเป็นวันที่ท่านได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์



ประวัติท่านนักบุญวาเลนไทน์

          เซนต์วาเลนไทน์ หรือนักบุญวาเลนไทน์นั้นเป็นพระที่อยู่ในกรุงโรมระหว่างศตวรรษที่ 3 ในเวลานั้นกรุงโรมถูกปกครองโดยจักรพรรดิที่ชื่อว่า "คลอดิอุส" ซึ่งมีนิสัยชอบข่มเหงผู้อื่น ทำให้ไม่เป็นที่รักของประชาชนเท่าใดนัก จักรพรรดิคลอดิอุสต้องการสร้างกองทัพอันยิ่งใหญ่ และหวังให้ชายชาวโรมันทั้งหลายอาสาสมัครเข้ามาเป็นทหารในการสงคราม แต่ก็ไม่มีชายคนใดจะกระทำตามนั้น จักรพรรดิคลอดิอุสจึงออกกฏหมายห้ามให้มีการแต่งงานหรืองานหมั้นใดๆ เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนไม่พอใจรวมทั้งนักบุญวาเลนไทน์เองด้วย 

          ในเวลาต่อมานักบุญวาเลนไทน์ได้จัดการแต่งงานให้กับคู่หญิงสาวหลายคู่ขึ้นอย่างลับๆ ถึงแม้ว่าจะมีการประกาศการใช้กฏหมายห้ามแต่งงานแล้วก็ตาม นักบุญวาเลนไทน์ยังคงรักที่จะทำพิธีเหล่านี้ โดยภายในงานนั้นจะมีเพียงเจ้าบ่าว เจ้าสาว และท่านนักบุญเท่านั้น พวกเขาจะกระซิบคำสาบานและคำอธิษฐานต่อกัน ในขณะเดียวกันก็ต้องคอยเงี่ยหูฟังเสียงการเดินตรวจตราของเหล่าทหารด้วย 

          แต่แล้วคืนหนึ่ง ในขณะที่กำลังทำพิธีแต่งงานอย่างลับๆ อยู่นั้นเอง ท่านนักบุญวาเลนไทน์เกิดได้ยินเสียงผีเท้าของทหาร แต่โชคดีที่คู่บ่าวสาวนั้นหนีออกไปจากโบสถ์ได้ทัน ในที่สุดนักบุญวาเลนไทน์จึงถูกจับขังคุกและถูกทรมานอย่างแสนสาหัส ท่านพยายามให้กำลังใจตัวเองทุกๆ วัน 

          และแล้ววันหนึ่งสิ่งวิเศษก็เกิดขึ้น เด็กหนุ่มสาวหลายคนมาที่คุกเพื่อจะมาเยี่ยมท่านนักบุญ พวกเขาโยนดอกไม้และกระดาษซึ่งเขียนข้อความต่างๆ เข้าไปทางช่องหน้าต่างของคุก พวกเขาต้องการให้นักบุญวาเลนไทน์รู้ว่า พวกเขาเองก็มีความเชื่อและศรัทธาในความรักด้วยเช่นกัน 

          หนึ่งในเด็กสาวเหล่านั้น เป็นลูกสาวของผู้คุม ซึ่งพ่อของเธอได้อนุญาตให้เธอเข้าไปเยี่ยมนักบุญวาเลนไทน์ได้ในคุก บางครั้งพวกเขาจะนั่งคุยกันนานนับชั่วโมง หล่อนช่วยให้กำลังใจท่านนักบุญ และเห็นด้วยกับการที่ท่านปฏิเสธกฏหมายห้ามการแต่งงานนั้น อีกทั้งยังสนับสนุนการแต่งงานอย่างลับๆ ของท่านนักบุญอีกด้วย 

          ในวันที่นักบุญวาเลนไทน์เสียชีวิตนั้น ท่านได้เขียนจดหมายไว้ฉบับนึงเพื่อเป็นการขอบคุณในมิตรภาพและความจงรักภักดีของหญิงสาวผู้นั้น แล้วท่านนักบุญก็ลงท้ายจดหมายฉบับนั้นว่า " Love from your Valentine. " 

          ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงมีประเพณีการแลกเปลี่ยนจดหมายรักซึ่งกันและกันในวันวาเลนไทน์ โดยจะเขียนขึ้นในวันที่นักบุญวาเลนไทน์เสียชีวิต คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปีคริสตศักราช 270 และปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ เพื่อเป็นการรำลึกถึงท่านนักบุญวาเลนไทน์ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของวันนี้คือ การมอบความรักและมิตรภาพให้แก่กันและกัน 

          และทุกๆ ครั้งที่ผู้คนต่างนึกถึงจักรพรรดิคลอดิอุส เขาก็จะจำได้ถึงวิธีการที่คลอดิอุสพยายามจะมาแทนที่หนทางของความรัก แล้วก็จะพากันหัวเราะ เพราะว่าพวกเขาต่างรู้ดีว่าความรักนั้นไม่สามารถหาสิ่งใดมาทดแทนหรือแทนที่ได้เลย



สัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์

          เทพเจ้าคิวปิด ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักดั้งเดิมของชาวโรมันในรูปเด็กทารกติดปีก กำลังโก่งคันศรทองเล็งไปยัง หัวใจของผู้คน ตามตำนานของกรีกและโรมันพูดถึงคิวปิดว่า เป็นบุตรของมาร์ (เทพเจ้าของสงคราม) และ วีนัส (เทพเจ้าแห่งความรักและความงาม) 

          วีนัสอิจฉา "ไซกี" ธิดาของกษัตริย์องค์หนึ่ง ที่กำลังแรกรุ่นและสวยกว่าวีนัสมาก นางเลยส่งคิวปิดไปหาไซกี เพื่อบันดาลให้ไซกีมีความรักกับบุรุษเพศ แต่คิวปิดแอบหลงรักไซกีและพามาที่วัง และแอบมาหาในตอนกลางคืน เพื่อไม่ให้ไซกีรู้ว่าตนเองเป็นใคร แต่มีคนอิจฉายุให้ไซกีแอบดูตอนคิวปิดนอนหลับ 

          ด้วยความตื่นเต้นที่เห็นคิวปิดเป็นหนุ่มรูปงามแลยเผลอทำน้ำมันตะเกียงหกใส่คิวปิด เมื่อคิวปิดตื่นขึ้นก็โกรธมากที่นางขัดคำสั่งจึงทิ้งนางไป เมื่อโดนทิ้งไปไซกีก็ออกตามหาคิวปิด ซึ่งตลอดเวลาไซกีถูกนางวีนัสกลั่นแกล้งต่างๆ นานา จนคิวปิดต้องเข้ามาช่วย เทพเจ้าจูปิเตอร์เห็นใจช่วยให้ทั้งสองครองรักกัน

 คำว่า "Valentine" มีความหมายแยกตามตัวอักษร ได้ดังนี้

          V คือ VERITY ความจริงที่มีอยู่ ซึ่งความจริงแล้วถ้าความจริงสิ่งที่เป็นอยู่ของคุณและเธอ หรือเขาที่มีต่อกันแล้ว ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความเข้าใจก็จะมีเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณทีเดียว ในโลกนี้มีสิ่งที่รู้อยู่เพียง 4 อย่างเท่านั้น คือ คุณรู้ เขาไม่รู้ คุณไม่รู้ เขารู้ คุณรู้ เขารู้ คุณไม่รู้ เขาก็ไม่รู้ ถ้าหากคุณบอกสิ่งที่คุณรู้และเขาไม่รู้ หรือคุณไม่รู้เขาบอกให้คุณรู้ ความรู้นั้นก็จะกลายเป็นสิ่งที่เปิดเผย จะบอกเขาว่ารัก ก็รีบๆ บอกเสียในวันนี้ อย่าบอกว่า การกระทำก็บอกอยู่แล้ว สายตาก็บอกอยู่แล้ว บอกให้ชัดๆ เสียว่า "รักคุณ" 

          A คือ AMBITION เป็นความปรารถนาดีอย่างแรงกล้า คุณจะรัก จะชอบ จะจีบใคร คุณควรมีความปรารถนาอย่างสูง มิใช่เห็นเขาส่งการ์ดให้ ส่งดอกไม้ให้ พาเขาไปฉลองสนุกๆ เท่านั้น คุณควรมีความปรารถนาในความรักอย่างจริงจังมิใช่ทำไปเพื่อตามแฟชั่น หรือเพื่อนพ้องลากไป หรือชวนให้ทำ ไปสรรหาการ์ดสวยๆ สั่งดอกกุหลาบสีแดงสดสวยๆ ไว้ล่วงหน้า พยายามทำด้วยความปรารถนาดีที่มีไฟอยู่ในใจนะ 

         L คือ LENIENT ความผ่อนปรน ความปรานี คุณและเขาหรือเธอควรจะมีการผ่อนปรน หรือสิ่งที่ละทิ้งได้ก็ควรจะละทิ้งไป อย่าเก็บมาใส่ใจให้เป็นขยะในใจ หรือรอยมลทินใจ อย่าคิดอะไรเก่าๆ สมัยนี้ควรที่จะคิด จะนึกได้นะว่า บางอย่างก็ทิ้งๆ ไป เสีย อย่านำมาคิด มีความปรานี เมตตาหรือความรัก ความปรารถนาดีกว่า 

          E คือ EQUALITY ความเสมอภาค ความทัดเทียมกันในสมัยปัจจุบัน คู่รักหรือคนรักกัน ควรจะมีความเท่าเทียมกันมิใช่อยู่ในสมัยบรรจงกราบเช้า กราบเย็น นอนทีหลังตื่นก่อนแล้ว เราต้องก้าวไปด้วยกัน ด้วยความมุ่งมั่นในอนาคต ด้วยความเสมอภาค แต่เราก็คิดเสมอว่าเคียงข้างไปด้วยกัน ขนานกันดีกว่าที่จะมาจูงกัน ก้าวไปด้วยความรักที่มีเท่าเทียมกัน เขามอบอะไรให้เรา เราก็ควรจะตอบแทนให้เขาเท่าๆ กัน พอๆ กัน มิใช่เอารัดเอาเปรียบเขา เขามาแสดงความรัก ความยินดี ด้วยกุหลาบช่อใหญ่ แต่เราให้เขาเพียงดอกเดียว ดูเป็นการเอาเปรียบกันเกินไป จริงอยู่บางคนอาจคิดว่าไม่สำคัญ แต่มันสำคัญที่ใจ ถ้าหากต่างคนต่างให้ความเสมอภาคแล้ว ตาชั่งก็คงไม่เอียงใช่ไหม 

         N คือ NOTABLE การยกย่องให้อยู่ในสภาพที่ดี ถึงแม้คุณจะมีความเสมอภาคเท่าเทียมกันแล้วก็ตาม คุณก็ควรจะยกย่องเธอหรือเขาให้อยู่ในสถานภาพที่ดีต่อบุคคลทั่วไป คือ เป็นการให้เกียรติยกย่องเธอหรือเขาต่อสังคม ว่าเป็นคนที่สวยเป็นคนที่ดี ไม่ว่าอยู่ต่อหน้า และลับหลัง มิใช่เอาไปนินทา เอาไปเผาต่อหน้าเพื่อนฝูงให้ไหม้เป็นจุณไป หรือพูดคุยตลกคะนอง ลับหลังเธอหรือเขาว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ สู้ฉันไม่ได้ ฉันยอด คุณควรจะยกย่องเธอหรือเขา ในโอกาสที่ควร และในเวลาที่กำลังมีความรักอยู่ด้วยแล้วก็จะดียิ่งทีเดียว 

          T คือ TENDER ความรักใคร่ที่นุ่มนวล บรรจงเป็นห่วงเป็นใย Love me Tender คงจะบอกคุณได้หลายๆ อย่าง คุณควรจะทะนุถนอมเธอหรือเขาด้วยความรัก ความนุ่มนวล ความห่วงใย โทร.ไปสวัสดี Valentine ตั้งแต่ใครยังไม่โทร.ไปสวัสดีก่อน เพื่อให้เธอหรือเขาเห็นว่าคุณมีความห่วงใย ความปรารถนาดีแค่ไหน ไปฉลองด้วยกันต้องนุ่มนวลในบรรยากาศอย่างนั้น ดูซิ แสนจะสดชื่นกับความรักแค่ไหน 

         I คือ INNOVATION การทำความแปลกใหม่มาให้คู่รัก คนรักหรือชีวิตรัก มิใช่อยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้นมาตลอด ชอบกันอย่างไรก็ชอบกันมาอย่างนั้น เคยให้อะไรก็ให้อย่างนั้น คุณควรจะทำสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ มาสู่ชีวิตคุณและเธอหรือเขาด้วย การเปลี่ยนแปลงเป็นวิถีของชีวิต ดังนั้น คุณควรจะเปลี่ยนอะไรๆ บ้าง ในทางที่ดีนะ อย่างคุณจะหาอะไรในวัน Valentine ให้เธอเปลี่ยนจากดอกไม้ที่เป็นดอกกุหลาบมาเป็นผ้าตัดเสื้อลายกุหลาบ หรือผ้าเช็ดหน้าปักกุหลาบแดง หรือจี้เพชรรูปกุหลาบ เข็มกลัดกุหลาบก็ได้ ส่วนคุณที่จะมอบให้เขาอาจเป็นผ้าเช็ดหน้าปักกุหลาบ เข็มกลัดไทรูปกุหลาบ หรือแหวนรูปกุหลาบสำหรับใส่นิ้วก้อยสักวง ลองเปลี่ยนบ้างนะ 

         N คือ NEXUS การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ให้มีตลอดไปมิใช่วัน Valentine เท่านั้นที่คุณจะมอบกุหลาบให้เธอหรือเขา วันเกิด วันปีใหม่ วันครบรอบความรักที่เคยให้กันไว้ วันครบรอบวันแต่งงาน หรือวันสำคัญๆ ที่คุณให้ก็ได้ หรือบางวันก็ส่งช่อดอกไม้ไปให้เธอช่อใหญ่ๆ พร้อมกับคำขวัญสั้นๆ ว่า "รักคุณ" ให้คนในที่ทำงานหรือเพื่อนๆ อิจฉาเล่นก็ได้ เป็นการแสดงถึงความสัมพันธ์ของคุณต่อเธอหรือเขาว่าคุณยังคิดถึง ยังรักอยู่นะ 

          E คือ ENDURANCE ความอดทน ความยืนยงสถาพร ความอดกลั้น ความเป็นอมตะ อยู่ชั่วกาลนานคุณจะต้องมีความอดทนต่อทุกๆ สิ่ง ถ้าหากคุณต้องเผชิญกับสิ่งนั้น อาจเป็นเวลาที่คุณจะต้องคอย คุณจะต้องยืนหยัดในความปรารถนาของคุณ คุณต้องอดกลั้นเมื่อคุณเผชิญต่อสิ่งที่คุณจะต้องโมโห หรืออารมณ์เสีย ต่อหน้าเธอหรือต่อหน้าเขา คุณควรประพฤติและปฏิบัติอย่างเป็นไปอย่างนั้นอย่างเสมอๆ มิใช่นานเกือบเดือนเพิ่งจะโทร.ไปหาหรือเขียนจดหมายมา หรือหายไปเป็นปีเพิ่งจะมาบอกว่า "รักคุณ" 

          คุณควรจะมีความรัก ความเมตตา ความปรานี ชีวิตของคุณจะสดใสดังกุหลาบแรกแย้มที่ต้องน้ำค้างของวันใหม่ทีเดียว

          วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ 2550 นี้ เป็นวันที่จะมอบความรัก ความเมตตาให้แก่กันและกันหรือยัง เป็นความรักที่บริสุทธิ์จากใจ ซึ่งเกิดขึ้นได้ระหว่างพ่อ แม่ ลูก เพื่อนกับเพื่อน ผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา ฯลฯ

          มิใช่เพียงการสื่อความหมายในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว

          การมอบกุหลาบหรือสิ่งของเป็นสื่อแทนความรู้สึกที่ดีต่อกัน ในความหมายของคำว่า Valentine หากใครยังไม่ปฏิบัติ ก็ปฏิบัติได้ในปีนี้ หรือในโอกาสที่สมควรก็ได้ เพื่อสังคมเราจะได้มีแต่ความรักความสุขและรอยยิ้ม

          คงไม่สายที่เราจะเริ่มสร้างไมตรีในวันสำคัญนี้
 



ธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันในวันวาเลนไทน์

          หลายร้อยปีก่อนในประเทศอังกฤษ เด็กๆ จะแต่งตัวลอกเลียนแบบผู้ใหญ่ในวันวาเลนไทน์ แล้วร้องเพลงจากบ้านหลังหนึ่งไปยังบ้านอีกหลังหนึ่ง ในเนื้อเพลงท่อนหนึ่งจะกล่าวว่า " Good morning to you, Valentine ; Curl your locks as I do mine --- Two before and three behind. Good morning to you, Valentine." 

          ในประเทศเวลส์ ผู้ที่มีความรักและชื่นชมในงานช้อนไม้แกะสลัก จะทำการแกะสลักช้อนและมอบให้เป็นของขวัญในวันวาเลนไทน์ โดยจะสลักรูปหัวใจ และลูกกุญแจไว้บนช้อนนั้น ซึ่งมีความหมายว่า "คุณได้ไขหัวใจของฉัน" (You unlock my heart) 

          เด็กหนุ่มสาวจะทำการเขียนชื่อคนที่ตัวเองชอบแล้วหย่อนไว้ในอ่างหรือชาม แล้วหยิบขึ้นมาหนึ่งชื่อเพื่อดูว่าใครจะเป็นคู่ของตัวเองในวันวาเลนไทน์ หลังจากนั้นก็จะเอาชื่อที่หยิบได้นี้มาติดไว้ที่แขนเสื้อเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ การทำเช่นนี้มีความหมายว่า คนๆ นั้นต้องการบอกคนทั่วไปรู้ได้ง่ายๆ ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร 

          ในบางประเทศ ผู้หญิงจะได้รับของขวัญเป็นเครื่องแต่งกายจากผู้ชาย แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นเก็บของขวัญชิ้นนี้เอาไว้นั่นหมายถึงหล่อนจะแต่งงานกับเขา 

          บางคนมีความเชื่อว่า ถ้าผู้หญิงคนใดเห็นนกโรบินบินผ่านเหนือศรีษะตนเองในวันวาเลนไทน์ นั่นหมายถึงหล่อนจะได้แต่งงานกับกะลาสีเรือ หรือถ้าผู้หญิงคนใดเห็นนกกระจอก หล่อนก็จะได้แต่งงานกับชายยากจนและจะมีความสุข และถ้าผู้หญิงคนไหนเห็นนก Goldfinch หมายถึงหล่อนจะได้แต่งงานกับมหาเศรษฐี 

          ในบางประเทศจะมีการทำเก้าอี้แห่งรักขึ้นมา ซึ่งจะเป็นเก้าอี้ที่มีขนาดกว้าง ในครั้งแรกที่มีการทำเก้าอี้นี้ขึ้นมาก็เพื่อจะให้ผู้หญิงที่แต่งตัวในชุดราตรีนั่ง ต่อมาเก้าอี้แห่งรักนี้ได้ทำขึ้นเป็นสองส่วนและมักจะทำเป็นรูปตัวเอส (S) ซึ่งการทำเก้าอี้ทรงนี้จะทำให้คู่รักสามารถนั่งด้วยกันได้ แต่จะไม่ใกล้ชิดกันจนเกินไป 

          บางธรรมเนียมในบางแห่งของโลก เด็กหนุ่มสาวจะนึกถึงชื่อของคนที่ตัวเองอยากจะแต่งงานด้วยประมาณห้าถึงหกชื่อ ในขณะที่ปอกเปลือกผลแอปเปิ้ลนั้นให้เป็นขดนั้น ก็ให้เอ่ยชื่อของคนที่นึกถึงออกมาจนกว่าจะปอกเปลือกแอปเปิ้ลได้หมดผล และเชื่อกันว่า คนที่จะได้แต่งงานด้วยนั้นคือคนที่เอ่ยชื่อถึงในขณะที่ปอกเปลือกของแอปเปิ้ลได้หมดพอดี 

          ในบางประเทศมีความเชื่อว่า ถ้าหากผ่าผลแอปเปิ้ลออกมาเป็นสองซีก แล้วให้นับเมล็ดข้างในดู แล้วก็จะสามารถรู้จำนวนบุตรในอนาคตได้

10 février

Can't Sleep

- แปลกจังอารมณ์ไหนเข้ามาอยู่ตรงนี้ได้ ???
เหตุผลเพราะนอนไม่หลับหรือเพราะหิว
หรือเพราะคิดอะไรอยุ่แต่สุดท้ายแล้วก็หาคำตอบ
ไม่พบ ..........
แต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่าง
เทอมนี้เรื่องเรียนขอบอกเลยแย่มาก
W  ~ show time  live in my grade
ครั้งแรกเลยในชีวิตการเรียนมหาลัย
ตอนแรกรู้สึกแย่นะมากเลยด้วยละ
แต่ตอนนี้ไม่เข้าใจเหมือนกันแฮะว่าทำไม
กลับรู้สึกว่าสิ่งที่ได้กลับมากลับเกรดแบบนี้
มันช่างคุ้มค่าแม้มันใจใช้ทั้งเวลา
และทำให้ต้องเหนื่อยใจตั้งมากมาย
ต้องผ่านปัญหาอะไรเยอะแยะแต่บอกตรง ๆ
พอใจกับผลที่ได้รับมากสงสัยมันจะทำ
ให้เราพูดอะไรตรง ๆ ออกไปมากขึ้นหรือเปล่านะ
แต่ไม่รู้ละสุดท้ายเกรดเทอมนี้ต่อให้
ต้องจบช้าอีก 1 เทอม
แต่ได้ความสุขช่วงเวลาแบบนี้โดยที่แบบ
ไม่รู้ว่าสามารถจะรักษามันได้นานแค่ไหน
ผ่านปัญหามากมายขนาดไหนเพื่อแลกมา
สุดท้ายเราพอใจกับผลตรงนั้นนะเสี่ยงเพื่อ
ที่จะเลือกวัดใจกับตัวเองซักครั้ง
 
ให้รางวัลกับตัวเองฝืนยิ้มในเวลาจำเป็น
เศร้าต้องทนเก็บเข้มแข็งให้ได้มากที่สุด
เก็บความรู้สึกให้ลึกมากที่สุดอย่าแสดงออก !!!
ท้ายที่สุดอย่าแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น
''   Is     it     Me     BabyGab   ''
 
คนเราเหมือนกันทุกคนรู้วันเกิด
แต่ไม่รู้วันตายจะมีชีวิตได้อีกกี่วัน ?
ก้าวพลาดถอยได้แต่ต้องจำ
อดีตผ่านมันไปได้สามารถทำอนาคต
ให้ดีกว่าในอดีตได้แต่ไม่มีใครลบอดีต
ที่มันเลวร้ายได้บางคนไม่ได้อยากทำ
บางคนทำเพราะไม่ได้เห็นเป็นสิ่งแย่
แต่มุมมองอีกคนเขาอาจจะไม่ได้มอง
ในสิ่งเดียวกับที่เรามองเหมือนกับคนเรา
 
จะมองว่าโจรไม่ว่ายังไงก็ยังเป็นโจรวันยังค่ำ
แต่ถ้าเป็นเราเส้นทางการใช้ชีวิตของเรา
ต่อให้มันจะเลวในสายตาใครหรือใคร
จะมองเราด้วยสายตาเรายังไงเพราะอะไร
เราเลือกที่จะกระทำสิ่งนั้นแล้วแสดงว่า
มันคือเส้นทางและการกระทำที่เราพอใจ
คนเรากำหนดการใช้ชีวิตของตัวเองได้
ทำไมเราต้องทำอะไรให้ใครพอใจอะไรมากมาย
ในเมื่อเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรให้เรา
พอใจเหมือนที่เขาต้องการให้เราจะเป็น
สุดท้ายเรื่องนี้เราคิดว่านะไม่มีใครผิดหรือถูก
เหตุผลที่มองกันคนละมุมมองง่าย ๆ เลย
เพราะต่างคนต่างมุมมองนั้นละคือคำตอบ
วิธีการแก้ปัญหานี้ง่ายมากยิ่งกว่าที่คิดอีก
อยู่กันคนละมุมเลี่ยงเจอและรับรู้กันดีที่สุด
 
แต่สุดท้ายบทสรุปของทั้งหมด
มันจะเป็นไปตามที่เราคิดไหม
ออกมาสวยหรูดั่งที่วาดฝันไหม
ถ้าเราได้ทำทุกอย่างเต็มตามที่เราคิด
ว่าเราคนนี้สามารถทำได้แล้วผล
มันจะออกมาจะหัวหรือจะก้อยเราเลือก
ที่จะไม่เสียใจกับมันเลยเพราะมันคือ
สิ่งที่คน ๆ นึงจะทำได้เต็มที่แล้ว
และถึงวันนั้นอาจจะเสียใจอาจจะ
ต้องรู้สึกเศร้าหรืออะไรก็ตามแต่
ถึงวันนั้นเราก็จะภูมิใจกับตัวเอง
ให้มากที่สุดเช่นกันว่าเราได้ทำมันแล้ว
ไม่ใช่ว่าไม่ทันได้ลงมือทำอะไรก่อน
รอดูผลของคำตอบ ^^
- To be ...........
 
21 novembre

2-3 Min

ไม่ได้มาเขียนเป็นเดื่อนเลยไม่มีเวลาว่างซะที
ไม่หรอกช่วงนี้งานเริ่มเยอะขึ้น ๆ มันจะสอบอยู่อีก 2 อาทิตย์ละ
ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมสอบคราวนี้อ่านเร็วกว่าทุก ๆ ครั้งแต่กลับ
ไม่มั่นใจเอาซะเลยว่าจะทำได้หรือหนักไปหว่าไม่สิหรือว่าคิดไปเอง
เอาเถอะจะพยายามทำให้ดีที่สุดแค่นั้นละพอแล้วสำหรับตัวเรา
เสาร์ที่ผ่านมาไปงานคืน บดิน สนุกดีเจอเพื่อน ๆ เยอะแยะแต่ละ
คนไม่เปลี่ยนกันไปเท่าไรส่วนใหญ่จะเหมือนเดิมมีแต่ผมยาวขึ้น
เปลี่ยนสไตล์กันไปต่าง ๆ นา ๆ นั้นละทำเอาบางคนเกือบจำไม่ได้
แต่ว่าสุดท้ายก็ได้คุยได้ทักกันตั้งเยอะแยะงานไม่ค่อยได้สนใจหรอก
สนใจมากกว่าตรงที่ไปไหนกันต่อหว่าประเด็นคืนตอนไปถึงงาน
ยังหายง่วงเท่าไรเลยอาการแบบไปไหนก็ไปซะทีเหอะอะไรประมาณนี่
นานทีปีหนจะเจอกันทีแต่บางทีแค่นั้นก็พอละไม่ต้องมากมายหรอก ^^
8 octobre

1 Year ago

ครบ 1 ปีจนได้นับจากเหตุการณ์รถคว่ำในวันนั้น
ทำเอาเราสูญเสียอะไรไปหลายอย่างแต่ว่าก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด
อย่างน้อย ๆ แม้รถคว่ำในครั้งนั้นจะทำเอาเราต้องนอนโรงพยาบาล
เพราะกระดูกสันหลังหักจนต้องผ่าตัดพักพื้นตัวระยะยาว ๆ ในวันนั้น
ในความคิดเราที่คิดในวันนี่เมื่อ 1 ปีก่อนเรอะอาจจะทำใจไปกว่า 70%
 แล้วด้วยว่าคงไม่มีทางที่จะกลับไปเดินได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
แต่ในตอนนั้นเราไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเรากลับไม่รู้สึกเสียใจกับมัน
เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันแต่เรากลับมองว่าถ้าเราไม่เจ็บตัวในวันนั้น
ที่ต้องกระดูกสันหลังหักแต่กลับต้องเสียอีก 1 ชีวิตที่สำคัญไปจากเราละ
มันก็ไม่คุ้มกันในตอนนี้เราอาจจะเดินไปไม่ได้แต่อย่าน้อยเรายังมีชีวิต
แล้วก็ไม่ต้องไปแลกชีวิตใครเพื่อให้เราปลอดภัยเพียงคนเดียวหลายคน
เคยถามเรา(แต่จำไม่ได้ว่าใครถาม)ว่าถ้าสมมุติตอนนั้นเราผ่าตัดแล้ว
เดินไม่ได้ละจะยังมีใครที่เป็นเหมือนเดิมกับเราอยู่ไหมหรืออาจจะหาย
ไปจากชีวิตเราคำตอบของเรามันก็ตลกนะที่ตอบไปในนั้นเพิ่งผ่าตัดเสร็จ
ว่าบางทีทำให้ใครไม่จำเป็นว่าได้อะไรแลกลับมาบางครั้งเรามีความสุข
กับการที่จะให้เราก็พอใจแม้จะไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมาสมมุติว่า
ไม่มีวันนั้นเราอาจจะไม่รู้ใจว่าเพื่อนคนไหนเพื่อนแทนในยามยากจริง ๆ ก็ได้
วันนั้นหลาย ๆ คนรู้ข่าวแล้วมาทันทีส่วนที่เหลือก็ค่อย ๆ มากันแต่ยังไง
ก็ขอบใจมากสำหรับกำลังใจยามที่สภาพจิตใจเราอ่อนแอมากถึงมากที่สุด
เราเข้มแข็งในตอนนั้นได้เพราะทุก ๆ คนรอบข้างตัวเราในตอนนั้นขอบคุณจริง ๆ
แต่สิ่ง 1 ที่เราว่ามันความคิดมันสวนทางกับสถานการณ์ในตอนนั้นเลยนะ
ไม่รู้ทำไมช่วงที่เราอยู่โรงพยาบาลแล้วเราเริ่มหัดเดินตั้งแต่นับ 1 อีกครั้ง
เรากลับเหมือนสภาพแวดล้อมลอบตัวเราในตอนนั้นทำให้เรามีความสุขมากที่สุด
เหมือนเราไม่เคยเจอความรู้สึกแบบนั้นเลยตลอดความทรงจำเราที่ผ่านมาไม่รู้
ว่าทำไมสาเหตุอะไรแต่เราคิดว่ามันคงไม่มีอีกแล้วละ  ^__________^
Thank for everbody
25 septembre

i Think !

ตัวตนของคนเรา ...
แม้มันคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้
แต่คงไม่มีใครอยากที่จะสูญเสียมัน
เพียงเพื่อแลกกับคำว่า รัก จากอีกคนหนึ่ง
คนเรามักเรียกร้องให้อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงตัวเอง
! ให้เป็นเรา !
แต่พอตัวเองถูกอีกฝ่ายเรียกร้องให้ทำเช่นนั้นบ้าง
กลับตีโพยตีพายโวยวายเสียจนเป็นเรื่องใหญ่
ถ้าเราเอาใจเขามาใส่เราซักนิด
เราจะรู้ว่าเขาเองก็รักความเป็นตัวตนของเขาเอง
เหมือนอย่างที่เรารักเช่นกัน
ดังนั้นหากตัวเราเองไม่อยากเปลี่ยน
และไม่ยอมเปลี่ยน
การจะเรียกร้องให้คนรักของเรา ... เปลี่ยนเพื่อเรา
มันจึงกลายเป็นเรื่องที่ เห็นแก่ตัว เกินไป .
:
:
:
 
Photo 1 sur 38
La liste est vide.
Aucun contenu n'a été ajouté.